มิชลิน สตาร์ มาเมืองไทย…ซะที

3265 Views 0 Comment
Tokyo-720x405

ข่าวจากหลายสำนักคอนเฟิร์มตรงกันในที่สุดว่า Michelin Guide หรือไกด์บุ๊คที่แนะนำร้านอาหารในตำนานจะมาถึงเมืองไทยเสียที หลังจากตลอดช่วงหลายปีมานี้ คนไทยได้ชิมอาหารของเหล่าเชฟซึ่งครอบครองดาวมิชลิน ( Michelin Star) บินมาทำให้กินถึงที่ แถมบางทียังตัดสินใจมาเปิดร้านอาหารแถวนี้กันไม่รู้กี่ร้านต่อกี่ร้านแล้ว

สำหรับคนที่ยังงงว่าเอ๊ะ! ทำไมนี่ดูเป็นเรื่องใหญ่ หรือสงสัยว่าบริษัทยางรถยนต์ที่มีมาสคอตเป็นหุ่นตัวปล้องสีขาวๆ มาเกี่ยวอะไรกับเรื่องอาหาร เราจะขอเล่าให้ฟังก่อน 

436g4

มิชลินสตาร์คืออะไร

มิชลินสตาร์หรือดาวมิชลินที่ใช้สัญลักษณ์หน้าตาเหมือนดอกไม้มีที่จากการที่เมื่อปี 1900 มิชลิน บริษัทผลิตยางรถยนต์ชื่อดังต้องการกระตุ้นให้คนซื้อรถ เลยจัดทำมิชลิน ไกด์ (Michelin Guide) หนังสือซึ่งแนะนำเรื่องการดูแลรักษายางพร้อมถนนหนทาง ที่ตั้งปั๊มน้ำมัน และโรงแรมในฝรั่งเศสขึ้น ราว 20 ปีต่อมา ไกด์บุ๊คเล่มเดิมก็เพิ่มเติมส่วนแนะนำร้านอาหารเข้าไป ก่อนเริ่มมีการให้ดาวเพื่อบอกคุณภาพของร้านอาหารเมื่อปี 1926 โดยค่อยๆ เพิ่มจาก 1 เป็น 2 ดวง และ 3 ดวงในปัจจุบัน โดยร้านไหนได้สามดวงนั้น คือที่สุดของที่สุดร้านอาหาร

สำหรับร้านที่ร้านที่ได้ดาวมิชลินบรรดานักกินจะรู้ทันทีว่าร้านนั้นเด็ดซึ่งความเด็ดไม่ได้อยู่ที่ตัวอาหารเท่านั้น (เพราะนักกินหลายคนลงความเห็นตรงกันว่าบางร้านก็ไม่เห็นจะอร่อยขนาดนั้นเสียหน่อย) แต่อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบของทั้งร้าน บรรยากาศ การบริการ และอื่นๆ อีกมากมาย ว่ากันว่าคนที่ตัดสินใจให้ดาวก็คือเหล่านักชิมตัวจริงที่จะปลอมตัวเข้าไปลองลิ้มอาหารจานเด็ดของแต่ละร้าน จากนั้นจึงมาลงคะแนนกันว่าร้านไหนควรได้กี่ดวง ร้านไหนไม่ควรได้ หรือร้านไหนควรลดหรือเพิ่มจำนวนดาวที่เคยได้รับ

โดยมากร้านอาหารที่ได้ดาวมิชลินส่วนใหญ่จะเป็นรานอาหารสไตล์ไฟน์ไดน์นิ่ง (fine dining) หรือร้านดีๆ ที่ต้องแต่งตัวสวยไปกิน แต่ช่วงหลัง เราก็เริ่มได้เห็นร้านที่หลุดออกจากความเป็นมิชลินมากขึ้น อาทิ Sukiyabashi Jiro ร้านซูชิของเทพเจ้าแห่งซูชิ จิโระ โอโนะ ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ ขนาด 8 ที่นั่งแต่รู้กันว่าคุณภาพระดับท็อปในโตเกียว หรือร้าน Liao Fan Hong Kong Soya Sauce Chicken Rice & Noodle ร้านบะหมี่ไก่และข้าวหน้าไก่ราคาถูกแสนถูกในฟู้คคอร์ตบ้านๆที่สิงคโปร์

สำหรับร้านอาหารการได้ดาวมิชลินแทบจะเป็นตัวการันตีได้ถึงจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเพราะใครๆก็อยากมากินในร้านระดับนี้กันทั้งนั้น ขนาดที่มีกลุ่มฟู้ดดี้พยายามตามกินและเก็บแต้มของร้านมิชลินทั่วโลกเลยทีเดียว

Tokyo-720x405

มิชลิน สตาร์ ฉบับเมืองไทย

เพราะมิชลินไกด์ยังไม่ได้มาทำหนังสือฉบับประเทศไทยเสียทีอย่างนี้จึงพูดไม่ได้เต็มปากว่าเมืองไทยมีร้านที่มีคุณภาพขนาดได้รับการการันตีจากมิชลินฉะนั้นถึงวันนี้วันที่รัฐบาลกระโดดลงมาสนับสนุนเต็มที่โดยมีมติเห็นชอบให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนงบประมาณสำหรับโครงการ The Michelin Guide Thailand ด้วยเงินงบประมาณ 143.50 ล้านบาท กับการทำงานระหว่างปี 2560-2564 เลยเป็นการการันตีว่าหนังสือปกแดงเล่มนี้มาเมืองไทยแน่ๆ เพียงแต่ช่วงแรกอาจจะเน้นร้านอาหารในกรุงเทพฯ ก่อนที่ย้ายไปยังภูมิภาคอื่น

รัฐบาลเชื่อว่าการมาถึงของดาวมิชลินน่าจะเป็นการดึดดูดนักท่องเที่ยวที่รักการกินมาเมืองไทยพร้อมๆกับเป็นการกระตุ้นให้ร้านอาหารในเมืองไทยหันมาสนใจเรื่องคุณภาพในระดับสากลมากขึ้น

NEW YORK, NY - SEPTEMBER 30: General view of atmosphere during the Michelin celebration of the 2016 Michelin Star Chef and restaurant recipients from New York City at Classic Car Club on September 30, 2015 in New York City. (Photo by Astrid Stawiarz/Getty Images for Michelin)

NEW YORK, UNITED STATES: Edouard Michelin, CEO, The Michelin Group, announces the launch of the Michelin Guide to New York City, 23 February, 2005, in New York, as three stars are projected on a wall infront of him, signifying the Guide's top rating. This will be the first Michelin Guide for a country outside of Europe and will include 500 New York City restaurants and 50 hotels. AFP PHOTO/Stan HONDA (Photo credit should read STAN HONDA/AFP/Getty Images)

ไม่ชอบไม่เอาไม่สน มิชลิน สตาร์

แต่ก็เหมือนกับเรื่องอื่นๆในโลกมีคนชอบก็ต้องมีคนชังเราเลยได้เห็นพลังต่อต้านมิชลินไกด์ผุดขึ้นมามากมายในโลกเช่นนิตยสาร Le Fooding ซึ่งมาจากฝรั่งเศส บ้านเดียวกันกับมิชลิน ที่ยังคงเขียนเหน็บความหัวสูงของมิชลินอย่างสม่ำเสมอ หลายต่อหลายครั้งที่เชฟชั้นนำระดับโลกออกมาบ่นกันว่าไกด์บุ๊คที่นักกินเชื่อถือกันทั่วโลกนั้นเชื่อถือไม่ได้ เพราะมีมาตรฐานการวัดที่ไม่ได้มาตรฐาน แถมยังไม่อัพเดตอีกต่างหาก แต่ครั้งที่ดูจะโหดร้ายที่สุด ก็คือการที่ผู้คนเชื่อว่าเชฟ Bernard Loisea ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารในฝรั่งเศสที่ได้ 3 ดาวมิชลิน ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง โดยเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากความเครียดและกดดันที่ต้องพยายามรักษาดาวทั้ง 3 ดวงไว้ให้ครบ

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไรแต่ที่รู้แน่ๆก็คือมีคนไทยกลุ่มใหญ่เลยละที่ตั้งตารอที่จะได้กินในร้านอาหารซึ่งการันตีด้วยดาวสัญชาติฝรั่งเศสเล็กๆนี้

michelin sticky2

0 Comments

Leave a Comment