Asia’s 50 Best Restaurants

1015 Views 0 Comment
A50B2017-header-1

Asia’s 50 Best Restaurants

Up close and Personal


เพราะโลกกว้างใหญ่ และมีร้านอาหารมากมายเปิดใหม่ทุกวันนักกินอย่างเรา เลยต้องการตัวช่วยที่จะทำหน้าที่เหมือนแผนที่ บอกว่าจุดไหนในโลกเสิร์ฟอาหารจานเด็ดซึ่งเราไม่ควรพลาด

MC_612_11880_1

ในปี 2002 ตัวช่วยที่ว่าก็มา เพราะปีนั้นเป็นปีที่ The World’s 50 Best Restaurants ลิสต์รายชื่อร้านอาหารชั้นนำในโลกเกิดขึ้นและกลายเป็นรายชื่อสำคัญที่คนในโลกไว้วางใจมายาวนาน ก่อนที่ในปี 2013 ตำนานการจัดลำดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลกตัดสินใจจะทำความรู้จักกับร้านอาหารในเอเชียให้ละเอียดขึ้น จนเกิดเป็น Asia’s 50 Best Restaurants โดยมีคณะกรรมการซึ่งเป็นบุคคลแถวหน้าในกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหารทั่วเอเชียกว่า 300 ชีวิตมาร่วมตัดสินว่าร้านไหนเหมาะสมที่จะได้รับการเรียกขานว่าเป็นร้านที่ดีที่สุดในเอเชีย

Highlights-vid-slider-A17

สำหรับในปี 2017 นี้ รายชื่อ 50 ร้านอาหารซึ่งบรรดาคณะกรรมการต่างลงคะแนนเสียงว่ายอดเยี่ยมทั้งจากมุมของคุณภาพรสชาติอาหารรวมถึงการบริการอยู่ที่นี่แล้ว

และเพื่อให้คุณสนใจบอกก่อนก็ได้ว่าใน 50 ลำดับน่ะ มีร้านที่อยู่ในเมืองไทยตั้ง 9 ร้าน!

Top 20 : The best of the best

นี่คือ 25 ลำดับแรกของร้านที่ดีที่สุดในเอเชีย ชอบอาหารแบบไหน จะอินเดีย จีน ไทย ญี่ปุ่น หรือฝรั่งเศส ก็แวะไปร้านนั้น หรือจะไปมันทั้งหมดทุกร้านเลยก็ได้

3F9C070F-8089-4B6F-875B-A8433AB9B664_w1023_r1_s

1. Gaggan : กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ไม่จำเป็นต้องแนะนำอะไรอีกเพราะร้านอาหารสไตล์ progressive indian แห่งนี้ คว้าลำดับที่ 1 ในลิสต์มาครองได้ 3 ปี ซ้อนแล้ว โดยเหตุผลหลักก็มาจากความคิดหลุดกรอบที่พยายามตีความอาหารธรรมดาในอินเดียให้กลายมาเป็นอาหารจานใหม่ที่น่าตื่นเต้น เชฟ Gaggan Anand ทำให้การกินเป็นยิ่งกว่าประสบการณ์ ด้วยการดันกรอบเงื่อนไขของคำว่าทำไม่ได้ที่มีต่ออาหารให้ถ่างออกไปไกลที่สุด

Chef-Andre-Kitchen-Credit-to-Edmond-Ho-Jambu-Studio

2. Restaurant André : ประเทศสิงคโปร์

เพราะ André Chiang เชฟใหญ่เชื้ิิอสายใต้หวันใช้ช่วงเวลาในวัยเยาว์อยู่ที่ญี่ปุ่น ก่อนจะมุ่งมั่นไปเป็นเรียนรู้เชฟอาหารฝรั่งเศสในสิงคโปร์ ความน่าตื่นเต้นของร้านอาหารสไตล์ Southern French nouvelle ที่ทุกจานได้รับการสร้างความหมายใหม่จึงเป็นการผสมผสามกลิ่นอายความเป็นเอเชียเข้ากับความเป็นอาหารฝรั่งเศสใต้ชั้นสูง

AMBER-ASIA-2017

3. Amber : ฮ่องกง ประเทศจีน

อาหารฝรั่งเศสต้นตำรับที่มีกลิ่นอายของฮ่องกงอยู่จางๆโดยฝีมือเชฟ Richard Ekkebus คือนิยามของร้านนี้ และเพราะฮ่องกงคือเมืองท่าที่รวมวัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วโลก เมื่อมาถึงที่นี่ สิ่งที่นักกินจะได้กลับไปแน่ๆ คืออาหารปรุงด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศที่มาพร้อมการบริการอันอบอุ่นแบบเอเชีย

OTTO-E-MEZZO-BOMBANA-ASIA-2017

4. 8 1/2 Otto e Mezzo Bombana : ฮ่องกง ประเทศจีน

ร้านอาหารอิตาเลียนประยุกต์ที่ส่วนหนึ่งของชื่อมาจากภาพยนตร์อิตาเลียน 8 1/2 ซึ่งสะท้อนถึงศิลปะและไลฟ์สไตล์ของชาวอิตาเลียนแห่งนี้โด่งดังมาจากการคว้ามิชลิน 3 ดาวมาครองและรักษาไว้ได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แล้ว รวมถึงการมีเห็ดหายากอย่างทรัฟเฟิลขาวในเมนูตลอดเวลา

NAHM-ASIA-2017

5. Nahm : กรุงเทพฯ ประเทศไทย

แม้จะดูแลโดยเชฟฝรั่ง David Thompson แต่ที่นี่เสิร์ฟอาหารไทยแท้ที่ไม่ประนีประนอมเรื่องรสชาติให้เข้ากับลิ้นฝรั่ง ปรุงด้วยตำรับไทยดั้งเดิม เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด และอุดมไปด้วยเครื่องเทศ เสิร์ฟแบบไทย ในร้านที่มีมาตรฐานการบริการแบบไฟน์ ไดน์นิ่ง

6. Narisawa: โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่นสไตล์ innovative satoyama อาจไม่ใช่คำที่คนไทยคุ้นเคย แต่การเลือกใช้คำว่า satoyama ซึ่งหมายถึงพืนที่ระหว่างตีนเขาและพื้นราบที่เพาะปลูกได้ก็สะท้อนสไตล์การทำอาหารที่ให้เกียรติวัตถุดิบเคารพธรรมชาติและใส่ใจเรื่องความยั่งยืนขณะเดียวกันก็นำเทคนิคการปรุงอาหารสมัยใหม่และความละเมียดละไมแบบญี่ปุ่นมาใช้กับอาหาร

7. Nihonryori Ryugin : โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิดั้งเดิมที่ถูกปรุงให้ร่วมสมัยคนกินไม่ต้องไต่บันไดเพราะเชฟทำให้ทุกจานดูเข้าถึงได้จุดเด่นอยู่ที่วัตถุดิบชั้นดีที่สุดจากท้องทะเล

8. Ultraviolet by Paul Pairet : เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

ร้านสุดอวองต์การ์ดที่รับแขกเพียง 10 คน ต่อคืน นอกจากอาหารคอมฟอร์ตฟู้ดที่ถูกวิทยาศาสตร์เปลี่ยนหน้าตาและรสสัมผัสให้น่าตื่นเต้นแล้ว คนกินยังได้ตื่นตาเรื่องราวที่ถ่ายทอดผ่านจอภาพขนาดยักษ์แบบ 360 องศา ระบบเสียง แสง หรือแม้แต่ท่อพ่นกลิ่น ที่ทำให้การกินเป็นการเสพแบบครบทุกประสาทสัมผัส

9. Odette : ประเทศสิงคโปร์

เพียงไม่นานหลังเปิิดร้านคนก็ชื่มชมกันไม่หยุดเพราะอาหารแนว modern french ที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทุกท้องถิ่นในโลกถูกนำมาปรุงด้วยความพิถีพิถันและจัดจานแบบสวยสะกดทุกสายตา

10. Burnt Ends : ประเทศสิงคโปร์

ร้านบาร์บีคิวที่มีเตาอบและย่างขนาดใหญ่เน้นเสิร์ฟของย่างที่ร้อนและหอมด้วยกลิ่นของวัตถุดิบชั้นดีหลากชนิดที่นำไปผ่านเปลวไปออกมาจนมีรสชาติชัดเจนและน่าตื่นเต้น

11. Den : โตเกียวประเทศญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่นสไตล์ modern kaiseki เสิร์ฟมาทีละจาน จานละเล็กละน้อย แต่ทยอยมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมการตีความใหม่ทำให้ทุกจานแขกได้สนุกและตื่นเต้นขึ้น ที่สำคัญคือการบริการระดับดีที่มีเป้าหมายทำให้แขกยิ้มและมีความสุขที่สุด

12. L’effervescence : โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ด้วยแนวคิดและความสนใจเรื่องปรัชญาของร้านอาหารฝรั่งเศสแนว modern French ของที่นี่จึงได้รับการถ่ายทอดออกมาอย่างน่าสนใจและลุ่มลึึก

13. Sühring : กรุงเทพฯ ประเทศไทย

อาหารเยอรมันที่นำมาตีความใหม่ให้ทันสมัยคือนิยามของอาหารทุกจานที่เสิร์ฟในบ้านสไตล์ glass house ใจกลางกรุงเทพฯ ของ ‘the twins’ เชฟพี่น้องฝาแฝด Thomas และ Mathias Sühring

14. Florilège : โตเกียวประเทศญี่ปุ่น

ชื่อร้านมีความหมายว่ากวีนิพนธ์ซึ่งรวมความงดงามของทั้งอักษรและท่วงทำนองไว้เป็นหนึ่งเดียว อาหารฝรั่งเศสของที่นี่จึงเล่นกับทั้งอุณหภูมิ รสสัมผัส รวมถึงกล้าหาญที่จะนำวัตถุดิบจากคนละซีกโลกมารวมกัน

15. Mingles : โซล ประเทศเกาหลี

อาหารเกาหลีมีลูกเล่นที่เมนูเปลี่ยนตามฤดูกาลและผสมผสานความเป็นตะวันตกตะวันออกไว้ด้วยกันในบรรยากาศดีๆ

16. Les Amis : สิงคโปร์ประเทศสิงคโปร์

มีชื่อมายาวนานในฐานะร้านอาหารที่เป็นผู้นำในกลุ่มของร้านอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมความชำนาญและช่ำชองในวัตถุดิบและกระบวนการทำให้คออาหารฝรั่งเศสแท้ๆไม่เคยทำให้ผิดหวัง

17. Lung King Heen : ฮ่องกง ประเทศจีน

นอกจากติ่มซำและอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งประยุกต์ร้านนี้ยังมีทีเด็ดเป็นวิวมุมสูงของอ่าววิคตอเรีย

18. Quintessence :  โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

อาหารสไตล์ modern french ที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทุกฤดูกาล บางจาน แม้ดูเรียบง่าย แต่รับรองได้ว่ามีความซับซ้อนในทุกคำที่ชิม

19. Bo.Lan : กรุงเทพฯ ประเทศไทย

เพราะทั้งเชฟโบดวงพร ทรงวิศวะ และสามี เชฟ Dylan Jones ละเมียดละไมและให้ความสนใจกับรากและที่มาของอาหารไทยแท้ๆ ไม่จะเป็นอาหารข้างทาง อาหารทำกินในบ้าน หรือในวัง นี่จึงเป็นร้านอาหารที่รวมความเป็นไทยแท้ไว้และนำเสนอออกมาอย่างสวยงาม

20. Waku Ghin : สิงคโปร์ประเทศสิงคโปร์

ที่นี่แขกมีโอกาสได้นั่งล้อมรอบโต๊ะยาวและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากเชฟที่พิถีพิถันในการปรุงอาหารญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์น

9 Best in Bangkok

ใน 50 ร้านเด็ด มีร้านอาหารในกรุงเทพฯ ของเราติดโผ 20 ลำดับแรกไป 4 ร้าน ได้แก่ Gaggan, Nahm, Sühring และ Bo.Lan ส่วนนี่คือรายละเอียดน่ารู้เกี่ยวกับ 5 ร้านที่เหลือ

1. Issaya Siamese Club : กรุงเทพฯ ประเทศไทย (ลำดับที่ 21)

หนึ่งในร้านอาหารสุดที่รักของเอียนพงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย เชฟกระทะเหล็กเมืองไทย เสิร์ฟอาหารไทยในสไตล์ทันสมัย ที่ปรับโน่นนิดนี่หน่อยและจัดเสิร์ฟมาแบบน่าสนใจจนคุณจะลืมไปเลยว่านี่น่ะอาหารไทยจริงๆ

2. Eat Me : กรุงเทพฯ ประเทศไทย (ลำดับที่ 31)

ร้านเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆบรรยากาศแกลลอรีซึ่งมี Tim Butler เชฟชาวนิวยอร์เป็นคนดูแลและสร้างสรรค์อาหารสไตล์ modern international cuisine ที่นำเอาวัตถุดิบและเทคนิคการปรุงอาหารจากทั่วโลกมารวมเข้าด้วยกัน

3. The Dining Room at the House on Sathorn : กรุงเทพฯ ประเทศไทย (ลำดับที่ 36)

เพราะเป็นชาวตุรกีที่ใช้ชีวิตอยู่ในเอเชียมานานอาหารสไตล์ Innovative Asian ของเชฟ Fatih Tutak จึงมีกลิ่นของอาหารเตอร์กิชเข้าไปผสมโดยทุกจานจะเป็นเหมือนการบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางไปยังเมืองต่างๆทั่วเอเชียของเชฟ

4. Le du : กรุงเทพฯ ประเทศไทย (ลำดับที่ 37)

เชฟต้นธิติฏฐ์ ทัศนาขจร รักอาหารไทยและอยากทำให้ชาวต่างชาติเข้าถึงอาหารไทยได้ขึ้น เขาจึงนำเสนออาหารไทยออกมาในรูปแบบทันสมัย โดยได้รับอิทธิพลบางส่วนมาจากอาหารฝรั่งเศสสไตล์ก้าวหน้า

5. L’atelier de Joël Robuchon : กรุงเทพฯ ประเทศไทย (ลำดับที่ 40)

ชื่อ Joël Robuchon การันตีตัวเองได้อยู่แล้ว เพราะชื่อนี้คือเชฟที่ร้านอาหารในเครือคว้าดาวมิชลินได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับสาขาในไทย เชฟ Olivier Limousin ที่มาดูแลต่อก็สร้างสรรค์อาหารฝรั่งเศสชั้นสูงในบรรยาศเป็นมิตรได้ไม่ผิดไปจากคาด

The Awards

นอกจากการคัดเลือกร้านที่ดีที่สุดแล้ว Asia’s 50 Best Restaurants ยังมีรางวัลอื่นๆ ที่มอบให้กับร้านและเชฟที่โดดเด่นในสาขาต่างๆ ด้วย ได้แก่ รางวัล Highest New Entry 2017 ซึ่งเป็นของร้าน Odette ประเทศสิงคโปร์ รางวัล Highest Climber Award 2017 เป็นของร้าน Locavore ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย รางวัล The Art of Hospitality Award เป็นของร้าน Den ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ส่วนรางวัลอื่นๆ มีรายละเอียดเพิ่มเติม ดังนี้

The Diners Club® Lifetime Achievement Award – Asia 2017

Umberto Bombana แห่งร้าน 8 1/2 Otto e Mezzo Bombana เชฟอาหารอิตาเลียน สร้างสรรค์ความอร่อยให้กับชาวเอเชียมากว่า 25 ปี แล้ว ภายใต้การดูแลของเขา นี่เป็นร้านอาหารอิตาเลียนเพียงร้านเดียวนอกประเทศอิตาลีที่คว้ามิชลิน สตาร์ 3 ดวงมาครองได้ เป็นที่รู้กันในวงการว่าเชฟเป็นนักสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่และเป็นแรงบันดาลใจให้คนจำนวนมาก นี่ยังไม่นับฉายา the King of white truffles และตำแหน่ง Worldwide Ambassador of the White Truffle จากการนำวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างเห็ดทรัฟเฟิลขาวมาใช้ในอาหารอิตาเลียนสไตล์ contemporary ที่ยังเคารพรากของอาหารอิตาเลียนดั้งเดิมไว้ จนทำให้ร้านได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

Asia’s Best Female Chef 2017

May Chow แห่งร้าน Little Bao ที่มีสาขาอยู่ทั้งที่ฮ่องกงและกรุงเทพฯ คว้ารางวัลเชฟผู้หญิงที่ดีที่สุดของปีนี้ไปได้จาก bao burger หรือ ซาลาเปาหน้าตาเหมือนบันของแฮมเบอร์เกอร์ที่พลิกแพลงไส้ในมากมาย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่กล้าหาญมากสำหรับร้านอาหารในเมืองที่ผู้คนคุ้นชินกับซาลาเปาสไตล์ดั้งเดิมแบบจีน สาวจีนที่เกิดในแคนาดาและเรียนต่อในสหรัฐฯ คนนี้ ใช้ความอยากรู้อยากเห็นและเซนส์ของความเป็นกบฏที่มีอยู่เต็มเปี่ยมเปลี่ยนแปลงอาหารจีนที่ทุกคนคุ้นเคย พลิกมุมมองใหม่ๆ ทำให้กลายเป็นอาหารจีนสไตล์ comfort food กินง่าย เข้าถึงได้ เธอครองใจคนมากมายในซีกโลกตะวันออกจากอาหารและเป็นขวัญใจของกลุ่มความหลากหลายทางเพศเพราะเป็นนักกิจกรรมที่ทำงานกับการเรียกร้องสิทธิให้กลุ่ม LGBT อย่างจริงจัง

Asia’s Best Pastry Chef 2017

Kazutoshi Narita แห่งร้าน Esquisse Cinq ที่โตเกียว คือเพสตรีเชฟ หรือเชฟของหวานที่ทำให้คนรักของหวานต้องตกหลุมรัก ด้วยมากประสบการณ์มากมายจากการทำงานกับเชฟระดับโลกที่ปารีส ทั้ง Tateru Yoshino และ Pierre Hermé ร้านขนมของเขาจึงเป็นสถานที่ทดลองคิดค้นสูตรขนมใหม่ๆ แม้บางส่วนอาจยึดโยงอยู่กับสูตรดั้งเดิม แต่บางส่วนก็หวือหวา น่าตื่นเต้น ขนมหวานมากมายที่เขาตีความและสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ทำให้เขาขึ้นแท่นกลายเป็นเชฟขนมที่ดีที่สุดของเอเชียได้โดยไม่ยาก

Chefs’ Choice Award 2017

เชฟ Dave Pynt จากร้าน Burnt Ends ที่สิงคโปร์เติบโตมากับบาร์บีคิวและอาหารปิ้งย่างในสวนหลังบ้าน หลังออกท่องโลก เรียนรู้กับเชฟเบอร์ต้นของโลกหลากหลายที่ และเปิดร้านขึ้นในหลายแห่งทั่วโลก เชฟวัยเพียง 33 ปี คนนี้ก็เริ่มเข้าใจและสนใจศิลปะของการใช้ไฟกับวัตถุดิบอย่างจริงจัง จนกลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญของการปรุงอาหารด้วยเปลวไฟ เคล็ดลับสำหรับอาหารรสชาติจัดจ้านและตรงไปตรงมาของเชฟก็คือการย่างด้วยไม้จาร์ราห์ (Jarrah wood) จากออสเตรเลียบ้านเกิดนั่นเอง

Miele One To Watch Award – Asia 2017

รางวัลร้านที่น่าจับตาในปีนี้ตกเป็นของร้าน TocToc ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลี ซึ่งมี Kim Dae-chun เชฟซึ่งมีความสามารถรอบด้านดูแลอยู่ร้านนี้เด่นมากเรื่องอาหารทะเลที่นำมาปรุงโดยใช้ความรู้และเทคนิคของอาหารเกาหลีญี่ปุ่นและฝรั่งเศสมาผสมผสานกันโดยวัตถุดิบเกาหลีแท้ๆที่ผู้คนลืมเลือนนั้นคือสิ่งที่เชฟหน้าใหม่ซึ่งคว้ารางวัลจากหลายสถาบันมาได้ตั้งใจจะนำกลับมาอย่างที่สุด

(ล้อมกรอบ)

Asia’s 50 Best Restaurants

1. Gaggan : กรุงเทพฯ ประเทศไทย (The Best Restaurant in Thailand)

2. Restaurant André : สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ (The Best Restaurant in Singapore)

3. Amber : ฮ่องกง ประเทศจีน (The Best Restaurant in China)

4. 8 1/2 Otto E Mezzo Bombana : ฮ่องกง ประเทศจีน

5. Nahm : กรุงเทพฯ ประเทศไทย

6. Narisawa: โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (The Best Restaurant in Japan)

7. Nihonryori Ryugin : โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

8. Ultraviolet by Paul Pairet : เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

9. Odette : สิงคโปร์ประเทศสิงคโปร์

10. Burnt Ends : สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์

11. Den : โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

12. L’effervescence : โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

13. Sühring : กรุงเทพฯ ประเทศไทย

14. Florilège : โตเกียวประเทศญี่ปุ่น

15. Mingles : โซล ประเทศเกาหลี (The Best Restaurant in Korea)

16. Les Amis : สิงคโปร์ประเทศสิงคโปร์

17. Lung King Heen : ฮ่องกง ประเทศจีน

18. Quintessence :  โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

19. Bo.Lan : กรุงเทพฯ ประเทศไทย

20. Waku Ghin : สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์

21. Issya Siamese Club : กรุงเทพฯ ประเทศไทย

22. Locavore : บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย (The Best Restaurant in Indonesia)

23. Corner House : สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์

24. Raw : ไทเป ประเทศไต้หวัน (The Best Restaurant in Taiwan)

25. Jungsik : โซล ประเทศเกาหลี

26. Sushi Saito :  โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

27. Tippling Club : สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์

28. Le Moût : ไถจง ประเทศไต้หวัน

29. Ministry of Crab : โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา (The Best Restaurant in Sri Lanka)

30. Indian Accent : นิวเดลี ประเทศอินเดีย (The Best Restaurant in India )

31. Eat Me : กรุงเทพฯ ประเทศไทย

32. Jade Dragon : มาเก๊า ประเทศจีน

33. Ta Vie : ฮ่องกง ประเทศจีน

34. Hajime : โอซากา ประเทศญี่ปุ่น

35. Gallery Vask : มะนิลา ประเทศฟิลิปินส์ (The Best Restaurant in the Philippines)

36. The Dining Room at the House on Sathorn : กรุงเทพฯ ประเทศไทย

37. Le Du : กรุงเทพฯ ประเทศไทย

38. La Yeon : โซล ประเทศเกาหลีใต้

39. The Tasting Room by Galliot: มาเก๊า ประเทศจีน

40. L’atelier de Joël Robuchon : กรุงเทพฯ ประเทศไทย

41. L’atelier de Joël Robuchon : ฮ่องกง ประเทศจีน

42. Jaan : สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์

43. Mume : ไทเป ประเทศไต้หวัน

44. Shinji by Kanesaka สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์

45. Ronin : ฮ่องกง ประเทศจีน

46. Wasabi by Morimoto : มุมไบ ประเทศอินเดีย

47. The Chairman : ฮ่องกง ประเทศจีน

48. Fu He Hui : เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

49. Nihonbashi : โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

50. Takazawa : โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

0 Comments

Leave a Comment