“Glengoyne,” World’s Premium Whisky การจับคู่อาหารไทยกับวิสกี้

2479 Views 0 Comment
BRAND_013_300DPI

“Glengoyne,” World’s Premium Whisky

การจับคู่อาหารไทยกับไวน์เป็นเรื่องยากนอกจากรสชาติของตัวอาหารที่เผ็ดร้อนแล้ววัฒนธรรมด้านอาหารการกินของคนไทยก็ต่างจากทางยุโรปซึ่งจับคู่ไวน์กับอาหารขณะที่วัฒนธรรมไทยดื่มวิสกี้หรือเบียร์เป็นหลักและกินอาหารเป็นกับแกล้มที่สำคัญอาหารไทยกับวิสกี้หรือเบียร์เข้ากันได้ง่ายมากกว่าไวน์ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลกก็ลงความเห็นกันอย่างนั้น

ขอแนะนำสก็อต วิสกี้สักยี่ห้อ และไหนๆ จะดื่มสักทีก็ดื่มของดีไปเลย ที่สำคัญเป็นซิงเกิล มอลต์ยี่ห้อที่คุณภาพเกินราคา คำว่าซิงเกิล มอลต์” (Single Malt) มีความหมายในเบื้องต้นคือวิสกี้ที่หมักและกลั่นจากมอลต์ของข้าวบาร์เลย์ (malted barley) หรือการเพาะข้าวบาร์เลย์ให้งอกเป็นมอลต์ล้วนๆแต่คำว่า Single กับ Malt มีความหมายมากกว่านั้น

“Single” หมายความว่าทุกหยาดหยดของมอลต์ในขวด มาจากโรงกลั่นเดียว (single distillery) เท่านั้น แต่ถ้าผสมกันหลายโรงกลั่นจะเรียกว่า blended malt, vatted malt หรือ pure malt ส่วน “Maltหมายความว่าวิสกี้นั้นต้องทำจากมอลต์ของธัญพืชล้วนๆ โดยธัญพืชในโลกนี้ใช่ว่าจะสามารถทำมอลต์ได้ทั้งหมด ที่ทำได้ดีคือข้าวไรย์ (Rye) ข้าวสาลี (Wheat) และข้าวบาร์เลย์ (Barley) แต่ถ้าเป็น Single Malt Scotch Whisky ต้องเป็นบาร์เลย์ท่านั้น

การดื่ม Single Malt ให้ได้รสชาติอย่างแท้จริงนั้น กูรูแนะว่าควรดื่มแบบเพียวๆ หรือใส่น้ำแข็งเล็กน้อย ไม่ควรเติมมิกเซอร์ใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นน้ำเปล่าเพียงเล็กน้อย ถ้าได้น้ำแร่จะดีมาก ที่สำคัญการใส่สปาร์กกลิ้ง โซดา และโคลาลงไป เป็นการทำลายรสชาติ Single Malt จนหมดสิ้น

BRAND_011_300DPI

เกลนกอยน์ (Glengoyne) เป็นสุดยอดซิงเกิล มอลต์ ตัวหนึ่งของสกอตแลนด์และของโลก ชื่อมาจากคำว่า Glen Guin หมายถึง “Glen of the Wild Geese” หรือหุบเขาแห่งเป็ดป่าเพราะบริเวณนั้นในอดีตเต็มไปด้วยห่านป่า ขณะที่ Glengoyne Distillery ได้รับการยกย่องว่าเป็นโรงกลั่นซิงเกิล มอลต์ ที่มีตำนาน งดงาม และน่าไปเยือนแห่งหนึ่งของโลก ผู้ก่อตั้งคือ George Connell ในปีค.. 1833 ณ หมู่บ้านดัมกอยน์ (Dumgoyne) ทางเหนือของเมืองกลาสโกว์ (Glasgow) ปัจจุบัน Ian Macleod Distillers Ltd. เป็นเจ้าของมาตั้งแต่ปีค.. 2003

สูตรเด็ดเคล็ดลับอย่างหนึ่งของ Glengoyne ใช้บาร์เลย์ที่เรียกว่า Golden Promise Barley ซึ่งผลผลิตต่ำแต่คุณภาพดีเยี่ยม เมื่อนำมาเป็นมอลต์ก็ใช้วิธีเป่าลมให้แห้ง (warm air) ไม่ใช้วิธีการผ่านการอบด้วยถ่านหิน (peat) เหมือนรายอื่นๆ จึงทำให้ Glengoyne ไม่มีกลิ่นของ peat และกลิ่นควัน

Glengoyne 10 Years: ได้รับรางวัลชนะเลิศในงาน San Francisco World Spirits Competition 2007 บ่ม 10 ปีในถังไม้โอคจากสเปนและอเมริกา (บางปีใช้ถังเชอร์รี) สีเหลืองทองดมครั้งแรกได้กลิ่นข้าวโพดอบหรือป๊อบคอร์นอัลมอนด์ทอฟฟี่แอปเปิ้ลเขียวคาราเมลกรุ่นๆรสชาติเมื่อกลืนมีแอปเปิ้ลเขียวสดๆที่โดดเด่นพร้อมกับหญ้าสดๆชะเอมเทศและสไปซีนิดๆจบค่อนข้างยาวด้วยอัลมอนด์และมอลต์หอมกรุ่น

Glengoyne 12 Years: ตัวนี้บ่มในถังไม้โอคและถังที่ผ่านการบ่มเบอร์เบินมาแล้ว (บางปีบ่มใช้ถังเชอร์รี) สีเหลืองทองสดใส ดมครั้งแรกมีกลิ่นมอลต์อบ น้ำผึ้ง น้ำมันมะพร้าว และมะนาว รสชาติหลังจากกลืนมีแอปเปิ้ลทอฟฟี่ที่โดดเด่น พร้อมทั้งอบเชย เผ็ดๆ ซ่าๆ และน้ำผึ้งผสมคาราเมล เป็นรุ่นที่ Glengoyne แนะนำเป็นพิเศษ

Glengoyne 17 Years: ตัวนี้ยอดเยี่ยมมาก ได้ 2 เหรียญทองในงาน San Francisco World Spirits Competition จากรายการอื่นอีก 3 เหรียญทอง และได้รับการโหวตให้เป็น World’s Best Single Highland Malt ในงาน “Best of the Best” whisky tasting จัดโดย Whisky Magazine สีเหลืองทองค่อนข้างเข้มดมครั้งแรกหอมกลิ่นผลไม้อบอวลมากเช่นแอปเปิ้ลสุกเชอร์รีลูกเกดแพร์สุกและกลีบส้มเชื่อมพร้อมทั้งน้ำผึ้งเฮิร์บหลังจากกลืนมีทั้งอัลมอนด์มอลต์แอปเปิ้ลเปลือกส้มอบเชยและน้ำผึ้งกลิ่นโอคค่อนข้างหนักแน่น

Glengoyne 21 Years: ตัวนี้ได้รับ 4 รางวัลจากงาน Scottish Whisky Challenge และ San Francisco World Spirits Competition บ่มถึง 21 ปี และเจ้าของบอกว่าเป็นเจ้าแรกในยุโรปที่บ่มในถังเชอร์รี 100% สีเหลืองเข้มจนออกไปทางทองแดงดมครั้งแรกได้กลิ่นขนมปังอบค่อนข้างโดดเด่นพร้อมทั้งแอปเปิ้ลทอฟฟี่เชอร์รีน้ำผึ้งและเฮิร์บหลังจากกลืนมีโอคเชอร์รีน้ำผึ้งและอบเชยสไปซีกรุ่นๆ

Glengoyne ซิงเกิล มอลต์ที่มีตำนาน ทั้งหมดนี้เป็นรุ่นที่มีขายในเมืองไทย ลองไปหามาดื่มกับอาหารไทย รับรองจะติดใจ

Untitled-1

0 Comments

Leave a Comment