Return of the Touch of Excellence 2-Michelin Star Chef Franck Putelat

1119 Views 0 Comment
3350-so-2013-la-table-de-fra-photo-background07-fr

หากพูดถึงเชฟชาวฝรั่งเศสที่โดดเด่นและมีชั้นเชิงในเรื่องของการสร้างสรรค์จานอาหารและรสชาติให้เป็นที่จดจำ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของเชฟฟร้องต์ ปูเตลาท์ มิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว รวมอยู่ด้วย เพราะเขาคือเชฟที่ได้รับการยอมรับถึงรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ในการปรุงอาหาร โดยอาหารทุกๆ จานของเขาได้รับการปรุงอย่างพิถีพิถัน และเหนืออื่นใด ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เชฟ     ฟร้องต์ ปูเตลาท์ จะมาแสดงแสนยานุภาพบนโต๊ะอาหารที่เมืองไทยให้นักชิมทั้งหลายได้ลิ้มรสฝีมือกันอีกครั้ง

3350-so-2013-la-table-de-fra-photo-background06-fr

3350-so-2013-actualites-photo-background03-fr

เชฟฟร้องต์ เริ่มต้นอาชีพเชฟอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม ตัวเชฟเองนั้นเคยอาศัยอยู่บริเวณเทือกเขาชูคา (Jura) ทางตะวันออกของประเทศฝรั่งเศสซึ่งเป็นเทือกเขาที่มีความสวยงามถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีที่นั่นเองเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการปรุงอาหารแสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระไร้ขอบเขตในการคิดแต่ละเมนูของเขา

3350-so-2013-galerie-photo-la-table-photo-background01-fr 3350-so-2013-galerie-photo-la-table-photo-background02-fr

โดยเมื่อตอนเชฟฟร้องต์อายุเพียง 17 ปี ได้ทำงานที่ โรงแรม Hôtel de France ใน Les Rousses (เล คูซ) ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะต่างๆ มากมาย ต่อมาเขาได้มีโอกาสทำงานที่ภัตตาคาร โอแบร์จ เดอ ชาวานน์ (Auberge de Chavannes) และภัตตาคาร ตายล์วองต์ (Taillevent) ของฟิลิปป์ เลอช็อง (Philippe Legendre) ต่อด้วยภัตตาคารของ Georges Blanc ที่ วอนนาส (Vonnas) ซึ่งเป็นภัตตาคารที่เขาได้รับโอกาสเป็นหัวหน้าพ่อครัว (Executive Chef) และยังทำให้เขามีส่วนร่วมในอีเว้นท์ต่างๆ ทั่วโลก จากนิวยอร์ก ไปยังสิงคโปร์ เปรู แคนาดา และประเทศอื่นๆ ซึ่งทำให้เขาได้รับประกาศนียบัตรของ CAP (Le Certificat d’Aptitude Professionnelle) และ Diplôme Brevet de maitrise de cuisine  ในเวลาต่อมา

3350-so-2013-galerie-photo-la-table-photo-background04-fr 3350-so-2013-galerie-photo-la-table-photo-background05-fr

ในปีพ.. 2541 เขาได้สานต่อกิจการร้านอาหาร La Barbacane ใน การ์กาซอน ฝรั่งเศส หลังจากได้รับรางวัลระดับมิชลินสตาร์ดวงแรกจากห้องอาหารนี้ เขายังได้รับรางวัล Bocuse d’Argent ในปี 2546 ซึ่งเป็นการแข่งขันทำอาหารที่มีชื่อเสียงในระดับสากลและเป็นการยกระดับชื่อเสียงเชฟไปอยู่ในจุดสูงสุด

เชฟฟร้องต์ ปูเตลาท์ มีโอกาสได้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก และในที่สุดปี 2548 เขาได้ทำให้ความฝันของเขาเป็นจริงขึ้นมาด้วยการเปิดโรงแรมเป็นของตัวเองชื่อ Le Parc และภัตตาคาร La Table de Franck Putelat ซึ่งโรงแรมนี้เป็นโรงแรมบูทีคสุดหรูมีห้องพักเพียง 7 ห้องเท่านั้น และด้วยประสบการณ์การเดินทางอันยาวนาน ทำให้ตัวภัตตาคารเองก็ได้รับคำชื่นชมมากมายสำหรับการสร้างสรรค์อาหาร มีความโดดเด่นไม่ซ้ำกับร้านอาหารใดในฝรั่งเศสและรสสัมผัสอันเป็นเลิศซึ่งหาร้านใดมาเทียบเคียงได้ยาก และได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ในปี 2555

3350-so-2013-la-table-de-fra-photo-background04-fr 3350-so-2013-la-table-de-fra-photo-background05-fr

La Table de Franck Putelat เป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารในแนวที่เรียกว่า Classic Fiction เชฟนำเสนอเมนูฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมและถอดรหัสความเป็นคลาสสิกออกมาตามแต่ละช่วงยุค ก่อนนำมาบอกเล่าและเสิร์ฟในสไตล์ของเชฟเอง สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเชฟฟร้องต์ คือสุนทรียะที่ลูกค้าได้รับ เพราะเชฟตั้งใจไว้ว่าต้องการสื่อสารกับลูกค้าของเขาผ่านประสบการณ์การลิ้มรสอาหารที่ใช้อารมณ์ความรู้สึกร่วมด้วยมากกว่าแค่ปลายลิ้นลิ้มรสเพียงอย่างเดียว 

ร้านอาหารของเชฟฟร้องต์มีการตกแต่งและได้รับการออกแบบให้ดูร่วมสมัยและมีสไตล์ที่ไม่เหมือนกันมีความคอนทราสต์ค่อนข้างสูงรูปลักษณ์ภายนอกของร้านของเขาดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความเป็นฝรั่งเศสโดยมีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมผสมผสานอยู่ด้วย  ในขณะที่ภายในร้านตกแต่งในโทนสีขาววัสดุต่างๆ ที่ใช้ เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ ให้ความรู้สึกอบอุ่นนุ่มนวล แต่ทั้งหมดนี้กลับลงตัวที่สุดกับจานอาหารที่สร้างสรรค์อย่างสุดฝีมือที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจอย่างเต็มเปี่ยมจากเชฟฟร้องต์ ปูเตลาท์

3350-so-2013-la-table-de-fra-photo-background02-fr 3350-so-2013-la-table-de-fra-photo-background03-fr

เชฟฟร้องต์เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อครั้งที่ได้รับรางวัล Bocuse d’Argent ในปี 2546 ถึงเมนูอาหารที่โดดเด่นของเขาเขาบอกว่าในร้านอาหารของเขานั้นต้องมีเมนูฟัวกราส์อยู่เสมอเพียงแต่เปลี่ยนวิธีการปรุงและวัตถุดิบที่ใช้ไปตามฤดูกาลสำหรับเขาแล้วนั้นฟัวกราสัเป็นวัตถุดิบพิเศษที่ไม่มีวัตถุดิบอื่นใดในโลกนี้สามารถเทียบเคียงได้ผู้คนชื่นชอบฟัวกราส์เพราะรสชาติของมันให้ความรู้สึกโมงยามของการเฉลิมฉลองที่แสนละเมียดละไม

  ปัจจุบันนี้เชฟฟร้องต์ปูเตลาท์เป็นที่รู้จักและยอมรับของจากทั่วโลกด้วยฝีมืออันยอดเยี่ยมพิถีพิถันใส่ใจในรายละเอียดอันแสนประณีตความสามารถที่ไม่ธรรมดาของทำให้อาหารของเขามีรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใครและเขายังเป็นที่รู้จักในเรื่องการรังสรรค์สุดยอดเมนูอาหารที่ไม่มีกรอบและกฎเกณฑ์ซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยจิตวิญาณความเป็นฝรั่งเศสอย่างแท้จริง

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ประเทศไทยเราจะได้มีโอกาสต้อนรับเชฟฟร้องต์ ปูเตลาท์ ซึ่งจะมาแสดงทักษะระดับมิชลินสตาร์ เพียงแค่ 4 วันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 22 – 25 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ภัตตาคาร La VIE – Creative French Cuisine ชั้น 11 โรงแรม วี กรุงเทพฯ  โดยนักดื่มนักชิมที่สนใจสามารถมีส่วนร่วมกับประสบการณ์สุดพิเศษนี้ได้ในราคาเพียง 6,000 บาท สำหรับอาหาร 7 คอร์ส และราคา 8,000 บาท สำหรับอาหาร 7 คอร์สจับคู่กับไวน์ โดยอาหาร และเริ่มเสิร์ฟเวลา 19:00 . เป็นต้นไป

0 Comments

Leave a Comment