The New Isuzu MU-X ไปเที่ยวสองจังหวัดเพื่อนบ้าน อ่างทอง สิงห์บุรี

1965 Views 0 Comment
IMG_3511

MORE LEGACY SAM CHUK- ANG THONG –SING BURI

 

หลายคนนิยมไหว้พระขอพรในช่วงสิ้นปีหรือขึ้นปีใหม่ แล้วเมื่อนึกถึงวัด เรามักคิดถึงจังหวัดอยุธยา เพราะมีวัดหลายแห่ง วันนี้ The New Isuzu MU-X มาชวนคุณขับรถไปให้ไกลขึ้นอีกสักนิด ไปเที่ยวสองจังหวัดเพื่อนบ้าน อ่างทอง สิงห์บุรี ที่มีวัดวาอารามมากมาย รวมทั้งวัดที่อยู่ในแคมเปญ Dream Destination 3: เขาเล่าว่า แคมเปญใหญ่ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยซึ่งรวมเอาสถานที่ท่องเที่ยวอันเกี่ยวข้องกับความเชื่อและตำนานเล่าขานมาแนะนำ นอกจากนี้ ทั้งสองจังหวัดยังเป็นดินแดนแห่งพระพุทธรูปองค์ใหญ่ โดยเฉพาะที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ขึ้นชื่อเรื่องปลาและกุ้งแม่น้ำ ไม่น้อยหน้าอยุธยา แต่ที่เด่นกว่าก็น่าจะเป็นตลาดพื้นบ้านดั้งเดิมชวนให้หวนคิดถึงอดีต ซึ่งเป็นบรรยากาศที่หลายคนจดจำอยู่เสมอ

เราขับ The New Isuzu MU-X คู่ใจออกจากกรุงเทพฯ ในวันที่ฝนหลงฤดูแวะมาทักทาย เลือกใช้เส้นทางที่จะผ่านอำเภอสามชุก สุพรรณบุรีก่อน เพราะอยากแวะไปเยี่ยมตลาดสามชุกสักนิด และที่สำคัญได้ข่าวว่ามีร้านอาหารเปิดใหม่น่าสนใจ

DSC_5329

IMG_3151

Via Sam Chuk 

ตลาดสามชุกทุกวันนี้คึกคักได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชนิดที่เรียกได้ว่าติดลมบน อาจจะมีบ้างในวันธรรมดาที่เงียบเหงาหน่อย แต่ไม่ใช่เกือบร้างแบบตลาดที่ชวนเชื่อกันให้ไปเที่ยว สามชุกเป็นตลาดที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมาแล้ว คือโครงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย และแปซิฟิก ประจำปี 2552  หลายคนอาจเพียงอยากไปเดินเล่นพักเดียวโดยกลั้นใจไม่ซื้ออะไรกินมากมายแต่น้อยคนนักที่จะทำได้

IMG_3035

IMG_3016

ร้านอาหารเปิดใหม่ที่เราตั้งใจมา ชื่อสามชุกคอตเทจ Sam Chuk Cottage

สร้างเป็นกระท่อมแบบอังกฤษ ตกแต่งสวยงามโดยมีมุมให้ถ่ายรูปมากมายทั้งภายในและนอกร้านที่เป็นสวนดอกไม้และลานกว้างสำหรับนั่งรับลมยามเย็น ร้านนี้มีอาหารสารพัดอย่างทั้งอาหารยุโรป อาหารไทยซึ่งก็มีทั้งอาหารอีสาน อาหารใต้ อาหารภาคกลาง อาหารอร่อยเมืองสุพรรณ แถมยังมีชา กาแฟ ขนม เบียร์ ไอศกรีม รวมทั้งมีการแสดงดนตรีสดชิลๆ ทุกวันด้วย

อาหารแนะนำคือกุ้งแม่น้ำตัวโตระดับตัวละครึ่งกิโลย่าง กุ้งสด เนื้อหวาน เหนียว ตามสไตล์กุ้งแม่น้ำ จานต่อมาZคือสปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล เส้นเหนียวนุ่ม รสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ดมาก ผัดกระเฉดกุ้งแม่น้ำ มีกุ้งแม่น้ำตัวเล็กให้มา 2 ตัว รสชาติอ่อนๆ ผักกระเฉดอ่อน ไม่เหนียว ซุปเห็ดข้น และสเต็กไก่อบที่ตอนแรกเมื่อเห็นหน้าตาก็คิดว่าไก่แห้งแข็งไร้รสชาติแน่เลย ที่ไหนได้ นอกจากเนื้อมีรสชาติ ไม่จืดชืด ไม่แห้งกระด้าง น้ำเกรวี่ที่ให้มาราด รสชาติเข้มข้นแบบไทยผสมฝรั่ง มันบดนมสดก็อร่อย กลายเป็นจานโปรดไปเลย อาหารทั้งหมดราคาระดับร้อยกว่าถึงสองร้อยบาท ยกเว้นกุ้งแม่น้ำที่ราคาจะสูงกว่าเมนูอื่น

bankrachant14

osgtulbjnaEkfKGlsuu-o

Sing Buri: Big Buddha and Heroes

พุงกางแล้วออกเที่ยวได้ ขับ The New Isuzu MU-X ออกจากร้านอาหารไปประมาณ 20 นาที ก็ถึงจังหวัดสิงห์บุรี ชื่อที่มาคู่กับชาวบางระจัน วีรชนที่สละชีพต่อสู้ข้าศึกอย่างหาญกล้า  เป็นจังหวัดที่อุดมด้วยอาหารการกินที่สมบูรณ์ เป็นถิ่นปลาโดยเฉพาะปลาช่อนอันลือชื่อ

วัดโพธิ์เก้าต้น คือที่มั่นในการสู้ศึกพม่าจนตัวตายของชาวบางระจัน เมื่อครั้งก่อนเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 ปัจจุบันชาวบ้านที่นี่รวมตัวกันคงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ โดยจัดการแสดงย้อนรอยศึกครั้งนั้นเพื่อสักการะดวงวิญญาณของเหล่าวีรชนคนกล้า จากฝีมือของสำนักดาบศิษย์บ้านบางระจัน การแสดงจัดขึ้นในบริเวณตลาดโบราณย้อนยุค ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ที่ติดเสาร์-อาทิตย์ กลุ่มนักถ่ายทอดประวัติศาตร์กลุ่มนี้จริงจังมาก ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น แสดงราวกับสวมวิญญาณ พลาดเสียเลือดกันมาเยอะ เพราะใช้ดาบจริง นักท่องเที่ยวสาวคนหนึ่งบอกว่าเมื่อได้เข้าใกล้ผู้ที่แสดงเป็นปู่จันหนวดเขี้ยว “หนูขนลุกเลยค่ะพี่ ราวกับคนยุคนั้นมาเกิด หนูเฝ้ามองเค้าตลอด ทุกอิริยาบถ เค้าสุขุมและจริงจังมาก การฝึกของสำนักดาบนี้มาด้วยจิตวิญญาณเลยค่ะ เขาถ่ายทอดประวัติศาสตร์ด้วยหัวใจ”

ก่อนจากก็ไปสักการะพระอาจารย์ธรรมโชติ มิ่งขวัญและพลังใจของเหล่าวีระชนบางระจันครั้งศึกสงคราม ประชาชนมักเข้ามาขอพรบนบานศาลกล่าว เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก มักได้สมหวัง

ถ้าใครยังไม่อิ่มจากการแสดงก็ไปต่อที่อุทยานวีรชนค่ายบางระจันภายในอุทยานฯ มีอนุสาวรีย์วีรชน ค่ายจำลอง อาคารศูนย์การศึกษาประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์วีรชนค่ายบางระจันที่จัดแสดงงานได้อย่างน่าชม มีวิดีโอบอกเล่าถึงประวัติการต่อสู้ รูปปั้นวีรชน การสู้รบ รวมถึงบ้านเรือนการอยู่อาศัยของคนในสมัยก่อน พร้อมคำอธิบายที่อ่านเข้าใจง่าย

เดินทางต่ออีกไม่ไกลจะถึงวัดพิกุลทอง ที่จะมองเห็นองค์พระใหญ่กลางแจ้งเด่นมาแต่ไกล วัดนี้ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดหลวงพ่อแพ  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ศิลปะสมัยสุโขทัย องค์สีทองเหลืองอร่าม นามว่า พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี  วัดพิกุลทองนี้มี 2 ฝั่ง มีถนนกั้นกลาง เมื่อเราไหว้หลวงพ่อใหญ่แล้วก็ข้ามไปไหว้หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อแพที่ฝั่งตรงข้ามได้ นอกจากนั้นในบริเวณยังมีองค์พระพิฆเนศขนาดใหญ่มาก ตั้งเด่นเป็นสง่าให้เข้าไปกราบไหว้บูชา

เราคงไม่สามารถผ่านเลย วัดพระนอนจักรสีห์  วัดดังแห่งเมืองสิงห์บุรีไปได้ ที่นี่มีพระองค์ใหญ่อีกเช่นกัน เป็นพระพุทธรูปไสยาสน์ขนาดใหญ่อยู่ในพระอุโบสถ  ก่อนเข้าไปไหว้องค์จริง ทางวัดให้จุดธูป  ปิดทอง และนำดอกไม้ มาถวายแด่พระนอนองค์จำลองที่ตั้งอยู่ด้านหน้า พระนอนองค์ใหญ่ที่นี่มีพุทธลักษณะแบบสุโขทัย งดงาม มีความยาว 42 เมตร สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร

ด้านหน้าวัดพระนอนจักรสีห์มีต้นสาละปลูกไว้กว่า 100 ต้น ชาวสิงห์บุรีเชื่อกันว่า เมื่อไปนมัสการวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร แล้วอธิษฐานปรบมือใต้ต้นสาละลังกาใหญ่ หากดอกสาละร่วงลงมา คำอธิษฐานนั้นจะประสบผลดังที่หวัง

IMG_3293

Ang Thong: The Biggest Buddha

ว่ากันว่า พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นอยู่ที่วัดม่วง เดิมทีเป็นวัดร้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ได้รับการบูรณะโดยหลวงพ่อเกษม อาจารสุโภ ต่อมาในปีพ.ศ.2534 ก็มีการจัดสร้างพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีนามว่า พระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ เป็นพระพุทธรูปกลางแจ้งที่มีขนาดสูงราวตึก 32 ชั้น หน้าตักกว้าง 62 เมตร สูง 93 เมตร (บางแห่งว่า 95 เมตร) ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 16 ปี องค์พระเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นชั้นๆ ก่ออิฐถือปูนฉาบ ทาสีทองตลอดทั้งองค์ความเชื่อที่วัดม่วงนี้คือเชื่อกันว่าการสัมผัสที่ปลายพระหัตถ์พระใหญ่ ท่านจะประทานพรให้เติบโต เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน เสียดายเหลือเกิน ในวันที่เราเดินทางไปถึง องค์พระกำลังบูรณะ มีนั่งร้านสร้างเต็มองค์ท่าน เพื่อรอทาสีทองให้สุกอร่ามรับประชาชนที่จะมาขอพรท่านกันคึกคักในช่วงปลายปี ฉันไม่สนใจว่าท่านจะสีขาว สีทอง อยากไปไหว้ใกล้ๆ ตามความเชื่อเขาเล่าว่า แต่อนิจจา เขากั้น ห้ามเข้าโดยสิ้นเชิง กลัวเป็นอันตรายเดี๋ยวนั่งร้านหล่นใส่

ภายในวัดยังมีสถานที่สำคัญอื่นอีกหลายแห่ง เช่น พระอุโบสถล้อมรอบด้วยกลีบบัวสีชมพูขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วิหารแก้วที่ชั้นล่างเป็นพิพิธภัณฑ์วัตถุมงคลและวัตถุโบราณ ภายในมีรูปปั้นเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศเรียงรายอยู่สี่ทิศ

ก่อนกลับ ต้องเดินเล่นเลือกซื้อของที่มีร้านรวงมากมาย คำโฆษณาของดีเมืองอ่างทอง “ข้าวหลามกะทิสด” ว่ากันว่าอร่อยมากๆ เป็นข้าวหลามสไตล์โบราณ ใส่ถั่วดำ เนื้อข้าวเหนียวไม่เละ มีความเค็มและหอมมันกะทิที่ลงตัว กินแล้วติดใจ

อีกหนึ่งวัดคือวัดขุนอินทประมูล  วัดนี้เก่ากว่าวัดม่วง เพราะสร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์กลางแจ้งที่ใหญ่และยาวที่สุดในประเทศไทย (บ้างก็ว่าพระนอนที่ยาวเป็นอันดับสองในประเทศไทย รองจากพระนอนแห่งวัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ) มีความยาวถึง 50 เมตร องค์พระพุทธรูปมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระนอนจักรสีห์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์เคยเสด็จมาสักการะบูชา อาทิเช่น พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในวัดมีจุดให้ซื้อผ้าจีวรเพื่อห่มองค์พระและขอพร  ทางวัดให้มาพร้อมชุดดอกไม้ ซึ่งมีเจตนาจะให้นำกลับบ้านไปเป็นสิริมงคล แต่กลับผูกกันมากมายไปหมด ซึ่งทางวัดบอกว่าถึงเวลาจึงค่อยมาเอาออก ส่วนความเชื่อเขาเล่าว่าก็คือนำมือไปสัมผัสที่กลางพระบาทขององค์พระนอน แล้วอธิษฐานขอให้มีอายุยืนยาว

ที่เที่ยวที่ดีเกินคาดก็คือบ้านหุ่นเหล็ก ก่อนเข้าไปเที่ยว คิดว่าน่าจะเป็นหุ่นแบบเล่นๆ ไม่จริงจัง ที่ไหนได้ สร้างแบบจริงจัง แข็งแรง แข็งแกร่งมาก บรรดาหุ่นทั้งหลายเป็นการนำอะไหล่เก่าเหลือใช้จากเครื่องยนต์ต่างๆ เศษเหล็กจากสารพัดแหล่ง หรือแม้แต่ไปซื้อของใหม่มา นำมาสร้างเป็นหุ่นต่างๆ ส่วนมากตัวใหญ่ มีทั้งหุ่นยนต์จากหนังฮีโร่ หนังมนุษย์ต่างดาว หน้าตาคุ้นเคยมากมาย ทั้ง Transformer, Gundum, Star Wars และยังมี Predator, Aliens, Avatar ซึ่งหุ่น 2 ตัวจากเรื่องหลังกำลังจะเดินทางไปฝรั่งเศสด้วยสนนราคาค่าตัวเกินแสน นอกจากนี้ ยังมีหุ่นที่สร้างจากน็อตตัวเมียล้วนน่าทึ่งมากในความวิริยะอุตสาหะ

ตอนนี้ทั่วประเทศไทย หลายจังหวัดมีเมลอนหวานๆ ให้กิน ที่อ่างทองก็เช่นกัน ฟาร์มเมล่อนชื่อว่าอินทร์โตฟาร์ม (Intofarm)  มีโรงเรือนขนาดใหญ่กว่า 40 หลัง และปลูกเมล่อนกว่า 10 สายพันธุ์ นอกจากจะมีน้ำเมล่อนสกัดเย็นจำหน่าย ก็มีเมนูอาหารคาวหวานสารพันที่นำเมล่อนไปเป็นส่วนผสม ไม่ว่าจะเป็นเมล่อนปั่น ไอศกรีมเมล่อน บิงซูเมลอน บัวลอยเมลอนวาฟเฟิลเมล่อน นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และมีร้านขายงานจักสานพลาสติก ซึ่งเป็นสินค้า OTOP ของจังหวัด เป็นธุรกิจดั้งเดิมที่เปิดขายมานานกว่า 20 ปี มีหน้าตาแปลกๆ แบบไม่เห็นที่ไหนหลายดีไซน์ทีเดียว

IMG_3198

IMG_3162

All the Markets

เมื่อพูดถึงของฝาก ต้องบอกว่า อ่างทองและสิงห์บุรีสองจังหวัดนี้อุดมไปด้วยสารพัดตลาดเก่าดั้งเดิมให้ไปกินไปช้อปไปซื้อของฝาก ไม่ว่าจะเป็น

ตลาดต้องชม วัดพระนอนจักรสีห์ สิงห์บุรี ที่ชาวบ้านและคนในชุมชนจะนำสินค้าที่ผลิตเอง เช่น พืช ผัก ผลไม้ น้ำพริกผลิตภัณฑ์ปลาร้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัด สินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน เสื้อผ้าสำเร็จรูป กระเป๋าถือ และของใช้ต่างๆ นำมาจำหน่าย ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ร้านค้าเปิดกันคึกคักเดินเล่นสนุก เพลินๆ ไม่ร้อน อาจได้หิ้วของเต็มไม้เต็มมือ หรือถ้าหิวก็มีของกินมากมาย ทั้งขนมจีนน้ำยา ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ต้มเลือดหมู ข้าวแกง ราคาไม่แพง

ตลาดศาลเจ้าโรงทอง  ตลาดโบราณแห่งอำเภอวิเศษชัยชาญ อ่างทอง มีร้านขนมโบราณขายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขนมบ้าบิ่น ขนมเกสรลำเจียก โดยขนมลำเจียกถ้าไปช่วงวันหยุด ร้านครูมาลี จะทำโชว์กันสดๆ รสชาติอร่อย สมกับเป็นขนมประจำจังหวัด เดินเที่ยวตลาดศาลเจ้าโรงทอง จะเดินเป็นวงกลม เวียนถึงกันได้ เดินจนสุดทางจะพบแม่น้ำน้อย จากตรงนั้นเลี้ยวขวาเดินในซอยที่ขนานกับแม่น้ำน้อยจะไปสุดทางที่ “ศาลเจ้าพ่อกวนอู” ศาลเจ้าจีนขนาดใหญ่อายุกว่าร้อยปี

ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน วัดโพธิ์เก้าต้น สิงหบุรี จำลองบรรยากาศในสมัยอดีตในสมัยนักรบบางระจัน ให้มีกลิ่นอายของความเป็นสนามรบ มีป้อมปราการไม้สูงใหญ่ ไฮไลท์เด็ดยุคนี้ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน คือการแต่งชุดไทย มีให้เช่า พร็อพมาเต็มมาก ทุกแบบทุกสไตล์ สามารถแต่งชุดไทยเดินชมตลาดได้แบบไม่ขัดเขิน เพราะเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทุกร้านก็ร่วมใจกันแต่งชุดไทยเหมือนกัน

บริเวณซุ้มประตูค่ายบางระจันจะมีชาวบ้านมาแต่งกายแบบนักรบ เพื่อให้เราได้ร่วมถ่ายภาพ โดยมีกล่องรับบริจาคตามกำลังศรัทธา ตลาดส่วนใหญ่จะเน้นไปทางอาหารทั้งอาหารคาวหวาน ขนมไทยโบราณ ของฝาก สินค้าพื้นบ้านมากมายให้ได้เลือกซื้อ เลือกชิม กันจนอิ่ม เหล่าพ่อค้า เเม่ค้าทุกร้านนอกจากจะเเต่งตัวย้อนยุคในตามแบบชาวบ้านบางระจัน ยังใช้ภาษาโบราณคุยกับเรา เช่น ขอรับ เจ้าค่ะ หน้าตาก็ยิ้มแย้ม เราสามารถนั่งรับประทานอาหารได้ตามจุดที่จัดไว้ หรือจะมารับประทานพร้อมชมการแสดง ณ ลานกิจกรรมก็ได้ ชิมไปชมไปเพลิดเพลินเจริญใจยิ่งนัก

ตลาดปากบาง อำเภอพรหมบุรี สิงห์บุรี ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ มีอายุร่วม 150 ปี มีของกินเด็ด ๆ เพียบเหมือนกัน ทั้งกุนเชียงปลา กุนเชียงหมู น้ำพริก หมูทุบ ปลาส้ม และร้านเด็ดที่ห้ามพลาดคือ ร้านผัดไทยปากบาง (สูตรเดิม) เส้นเหนียวนุ่ม ผัดด้วยรสชาติเข้มข้น ตอนวางจานมาเห็นหน้าตาสีสันจืดๆ

ไม่น่ามีรสชาติ ที่ไหนได้ รสชาติเข้มข้นครบรสมาก แม้จะมีเครื่องปรุงน้อยมากก็กินเพลิน ที่อร่อยในร้านเดียวกันคือก๋วยเตี๋ยวหมู ใส่เครื่องเคราแบบไม่หวง ขอแนะนำหมูทุบร้านนิสา อร่อยมาก ทำเหมือนหมูสวรรค์ก่อนจะนำมาทอดแล้วทุบแผ่เป็นแผ่น ขนมเปี๊ยะร้านโซวเม่งเฮงก็อร่อย แต่มีให้เลือกไม่กี่ไส้

การเดินทางครั้งนี้กับการขับ The New Isuzu MU-X ครั้งนี้เริ่มต้นที่สามชุกแล้วต่อด้วยสิงห์บุรี ก่อนจะปิดท้ายด้วยอ่างทอง และวนกลับในเส้นทางป่าโมก ผักไห่ เป็นเส้นทางไหว้พระส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่นำความสุขมาสู่หัวใจทุกคนได้อย่างแน่นอน

0 Comments

Leave a Comment